ศูนย์เรียนรู้ ธ.ก.ส.
ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.บ้านดอนแฝก
หน่วยงาน
ธ.ก.ส.
ด้าน/ประเภท/ชนิด
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
ปีที่จัดตั้ง
2554
รางวัล
หมู่ที่ 12 ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
นำทางบนแผนที่  
ผู้รับผิดชอบศูนย์
นางมะยม จันทร์อินทร์
0861642704
-
ผู้ประสานงาน
นางมะยม จันทร์อินทร์
0861642704
-

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจพอเพียง/รายละเอียด

        ตำนานถิ่นคนกล้า ปลาเลิศรส ถ้าชวนพูดชวนคุยถึงจังหวัดสิงห์บุรี เราจะมักจะนึกได้อย่างรวดเร็วว่าเป็นถิ่นคนกล้ากลุ่มหนึ่ง ที่สู้ชนกับทัพใหญ่อย่างไม่มีถอยหนี ดังคำขวัญจังหวัดที่ว่า “ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง” ซึ่ง บ้านดอนแฝก อยู่ฝั่งตะวันออกของลำแม่ลา นอกจากจะสร้างชื่อจากรสชาติความอร่อยของปลาแล้ว ชาวบ้านในระหว่างนี้ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยเฉพาะการทำนา

ผ่าทางตันชาวนา” แม่ลา
        หลายคนเคยบอกว่า ชาวนาจะทำนาไปทำไมกัน ทำไปก็ไม่รวยยังคงยากจนเช่นเดิม แม้ว่าข้าวจะมีราคาสูงขึ้นสักเพียงใดแต่ชาวนาไทยก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ชาวนาบ้านดอนแฝกมีสภาพเฉกเช่นชาวนาไทยส่วนใหญ่ที่การทำนานั้น มีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ยิ่งทำยิ่งจน ยิ่งจนก็ยิ่งเจ็บ วนเวียนมาชั่วนาตาปี และไม่ต้องอาศัยหมอดูที่ไหนก็พอจะทำนายอนาคตตัวเองได้ หนทางเดียวที่จะผ่าทางตันได้คือ ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน พยายามลุกขึ้นมาหาทางออกจากสภาวะทุกข์พันธนาการหนี้สินผูกมัดที่ตกทอดจากอดีตมาถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อพูดคุยกับกลุ่มที่มีความเห็นตรงกันมีใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน จึงชักชวนเพื่อนกลุ่มผู้สนใจศึกษาการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน มาปรับใช้กับการทำนาเพื่อลดรายจ่าย โดยมีสำนักงานพัฒนาที่ดิน ละสำนักงานเกษตรอำเภอเป็นที่ปรึกษามาให้ความรู้และวิธีการทำด้วยหลักคิดแห่งเหตุและผลที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน คือ เมื่อไม่ต้องซื้อ เราก็ไม่ต้องจ่าย เมื่อไม่ต้องจ่าย รายได้คงอยู่

        ก้าวแรก ก้าวที่กล้า เริ่มปฐมบท กลุ่มพัฒนาเกษตรอินทรีย์บ้านดอนแฝก สมาชิกนำสมุนไพรในพื้นที่และวัตถุดิบที่หาได้มารวมกัน ลงแรงกันทำตามที่ได้เรียนมา เริ่มลงมือคือน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง เป็นสูตรแรก เพื่อหวังพึ่งพาทดแทนยาปราบศัตรูพืชเคมีที่ราคาแพงกว่าข้าวครึ่งเกวียน และต่อมาได้ต่อยอดเป็นน้ำหมักหอยเชอรี่ เป็นการกำจัดศัตรูข้าวตัวฉกาจและนำมาสร้างปุ๋ยบำรุงนาแทน เมื่อได้น้ำหมักผลผลติชุดแรกก็แจกจ่ายแบ่งปันกันเองภายในกลุ่มให้ทดลองใช้ เพื่อทดสอบและเรียนรู้คุณสมบัติและประสิทธิภาพ ซึ่งก็ได้ผลดียิ่ง สร้างความกระหยิ่มให้กับทีมงาน น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลงหลังฉีดพ่นช่วยปัดเป่าโรคระบาดในพื้นที่ โรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลและโรคจู๋ ได้อย่างดี ส่วนน้ำหมักหอยเชอร์รี่ แม้ข้าวจะไม่งามเร็วทันใจ แต่ใบข้าวดูเขียวใส ลำต้นไม่อวบใหญ่แต่ดูแข็งแรงเจริญเติบโตตามวัยช่วงอายุการเพาะปลูก ที่สำคัญลดค่าใช้จ่ายได้มากโข กลุ่มจึงลงมือผลิตน้ำหมักสองสูตรนี้อย่างจริงต่อเนื่อง เพิ่มทั้งปริมาณและความถี่ให้ทันกับความต้องการของเพื่อชาวนาที่เริ่มหันมาสนใจและขอใช้บริการ

        ผลด้านเศรษฐกิจ จากการรวมกลุ่มเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและหนี้สินของชาวนาดอนแฝกทับยา โดยการย้อนกับมาหาต้นเหตุคือค่าใช้จ่าย ต้นทุนการทำนาสูงกว่าผลิตที่ได้รับ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายค่าปุ๋ยยาเคมี และการต่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตชุมชนเป็นการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจที่เกิดผล ทั้งกิจกรรมหลักของกลุ่มพัฒนาเกษตรอินทรีย์ทับยา ที่ผลิตสารธรรมชาติเพื่อทดแทนปุ๋ยยาเคมี เพื่อลดค่าใช้จ่าย ต้นทุนการทำนา การทำโรงสีชุมชนเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวหอมเพื่อเก็บข้าวไว้บริโภคเองลดค่าใช้จ่ายชาวนาและแปรรูปข้าวคุณภาพเพิ่มมูลสู่ตลาดสร้างรายได้เข้าชุมชน นอกจากนี้ชุมชนริเริ่มดำเนินการธนาคารหมู่บ้านเพื่อสร้างฐานทางการเงินที่เข้มแข็งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนเพิ่มเติม การดำเนินของศูนย์ ฯ เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน



เอกสารเพิ่มเติมที่ Download ได้