ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ฯ
กลุ่มอุทยานการเรียนรู้บ้านปางจำปี/นายสุจิตต์ ใจมา
ประเภท
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ปีที่จัดตั้ง
2560
16/1 หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
นำทางบนแผนที่  
ศูนย์ศึกษา
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ที่อยู่ศูนย์ศึกษา
237 หมู่ 4 ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจพอเพียง/รายละเอียด

ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ กลุ่มอุทยานการเรียนรู้บ้านปางจำปี
ชื่อเกษตรกร/ผู้แทน : นายสุจิตต์ ใจมา
หมายเลขโทรศัพท์ : 084-7404972
สถานที่ตั้ง : บ้านปางจำปี หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
พิกัดที่ตั้ง : 47Q(x) 0532009 (Y) 2089913
ระยะทางการเดินทาง : ระยะทางเริ่มต้นจากศูนย์ศึกษาฯ 20 กิโลเมตร
ความพร้อม/จำนวนผู้มาเยี่ยมชมที่สามารถรับได้ (ต่อครั้ง) : 100 คน
ความพร้อม/จำนวนผู้พักแรมที่สามารถรับได้ในแต่ละครั้ง : 30 คน
ก่อนเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ชุมชนมีพื้นที่ป่า 15,000 ไร่ ราษฎรในชุมชน 82 ครัวเรือน ชุมชนประสบปัญหาการบุกรุกแผ้วถางป่า ทำไร่เลื่อนลอยและตัดไม้ไปขาย ต่างฝ่ายต่างหาประโยชน์จากป่า ไม่มีการอนุรักษ์และปลูกทดแทน ทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว สภาพป่าแห้งแล้ง ลำห้วยไม่มีน้ำ ไม่มีปลา
หลังเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เป็นแหล่งเรียนรู้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายกิจกรรม มีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง คือนายสุจิตร์ ใจมา ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ขับเคลื่อนในการปลูกจิตสำนึกให้คนในชุมชนตระหนักถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ เมื่อผืนป่าสมบูรณ์ ลำห้วยมีน้ำ มีปลาจำนวนมากแหวกว่ายในลำห้วย ทำให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญ ร่วมกันกำหนดกฎระเบียบในการอนุรักษ์ป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มงวดและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คนกับป่าอาศัยพึ่งพากัน เกิดความผูกพันและหวงแหน
ซึ่งมีรายละเอียดของกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ ดังนี้

1.พิธีบวชป่า และสืบชะตาลำน้ำแม่ลาย
จากอดีตของคนบ้านปางจำปี มีอาชีพหลักคือ การตัดไม้ส่งขายให้นายทุน จะทำให้เป็นนักอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งสำคัญที่ต้องอยู่เสมอ คือ การทำความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ให้ชาวบ้านได้เห็นถึงความสำคัญ และสามารถเชื่อมโยงให้เห็นได้ว่า ถ้าลำน้ำแม่ลายน้อย กลับคืนมาแล้ว จะส่งผลดีต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างไร จึงได้นำความเชื่อและศรัทธาของชาวบ้าน มาใช้ในการอนุรักษ์ลำน้ำแม่ลายน้อย และรักษาผืนป่าบ้านปางจำปี โดยใช้พิธีการทางสงฆ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนพื้นเมืองชาวเหนือให้ความเคารพและศรัทธามาเป็นหลักในพิธีการ แนวคิดการสืบชะตาลำน้ำแม่ลายน้อย เป็นแนวคิดเดียวกับการสืบชะตาหมู่บ้าน หรือการสืบชะตาคน เพื่อให้คนอายุยืน ปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดจากอันตราย ส่วนการบวชป่า คล้ายกับการบวชคน เมื่อใครจะมาตัดไม้ทำลายป่า แต่เห็นผ้าเหลืองผูกอยู่บนต้นไม้ ซึ่งคนพื้นเมืองจะถือมาก จะคิดว่าต้นไม้ต้นนั้นมีเทพารักษ์คุ้มครองอยู่ กลัวบาปและไม่กล้าตัดต้นไม้ในที่สุด

2. การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ (วังปลา)
เป็นการจัดแนวอนุรักษ์เพื่อให้ปลาสามารถอยู่อาศัยและเพาะพันธุ์ได้ โดยเริ่มแรกของการทำโครงการมีเสียงตอบรับจากชาวบ้านทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เนื่องจากชาวบ้านกลัวว่าถ้าอนุรักษ์แล้วจะไม่สามารถหาปลาได้อีก ทางแกนนำหมู่บ้านได้ทำความเข้าใจถึงการบริหารจัดการ โดยจะกำหนดขอบเขตการอนุรักษ์เพียง 500 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้านอกเหนือจากเขตที่กำหนดก็สามารถหาปลาได้ตามปกติ และแกนนำชุมชนได้ทดลองทำแบบวัดใจ กับชุมชน โดยการขอโอกาสเพียง 5-6 เดือน ถ้าปลามีไม่มากขึ้นจะยกเลิกไป ภายหลังจากนั้นเพียง 5 เดือน ชาวบ้านต้องขยายแนวอนุรักษ์ออกไปเป็น 1,000 เมตร เนื่องจากชาวบ้านสงสารปลาเล็กปลาน้อยที่อยู่อย่างแออัด ปัจจุบันปลาในเขตวังปลามีปริมาณมากและมีขนาดลำตัวที่ใหญ่ โดยเฉพาะปลาปุง และปลาปีกเหลือง ที่เห็นได้อย่างชัดเจน กุ้งและปูก็มีมาก โดยเฉพาะเต่าปูลู ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ก็มีให้เห็นที่วังปลา
3. การทำโฉนดชุมชน (การจัดการที่ดินทำกินของชุมชน)
การทำโฉนดชุมชนเป็นแนวคิดที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องแนวเขตพื้นที่ทำกินของชุมชนให้มีความชัดเจน เนื่องจากพื้นที่ป่าในเขตบ้านปางจำปี อยู่ในเขตป่าสงวนไม่สามารถออกโฉนดหรือแนวเขตที่ชัดเจนได้ ทำให้เกิดปัญหาการบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อใช้เป็นที่ดินทำกินของชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็เกิดการเข้าใจผิดบ่อยๆในกรณีที่ชาวบ้านแผ้วถางป่า แต่ทางราชการเข้ามาจับกุมเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า
ปัจจุบัน สรุปได้ดังนี้ พื้นที่ป่าทั้งหมดบริเวณบ้านปางจำปี มีทั้งหมด 15,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 5,000 ไร่ ป่าไม้ใช้สอย 7,000 ไร่ และพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยทั้งหมด 3,000 ไร่ แกนนำได้ลงรายละเอียดถึงการแบ่งขอบเขตพื้นที่ที่คนในชุมชนเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน โดยมีเจ้าของที่แต่ละแปลงเป็นผู้ชี้แนวเขตและตกลงกับเจ้าของแปลงติดกันด้วยความประนีประนอม ซึ่งจากการเดินสำรวจโฉนดชุมชนในครั้งนี้ ทำให้ชุมชนได้พื้นที่ป่าคืนให้แก่ส่วนรวมอีก 600 ไร่ เมื่อต่างฝ่ายต่างหันหน้าเข้าหากัน โฉนดชุมชนปางจำปี จึงเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริงผ่านกระบวนการที่เป็นระบบ ทั้งมีการตรวจสอบและกำหนดข้อตกลงด้วยความพอใจของทุกฝ่าย ช่วยลดความขัดแย้งเรื่องปัญหาการแก่งแย่งที่ดินทำกินด้วยกันเอง ทั้งยังช่วยลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าของเจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ทหารอีกด้วย

4. การทำแนวป้องกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า
การทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมการอนุรักษ์ที่สำคัญที่ต้องทำเป็นประจำทุกปี อีกทั้งต้องเฝ้าระวังไฟป่า ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ที่มักจะเกิดไฟป่า ซึ่งต้องช่วยกันดับไฟ เพื่อไม่ให้เข้าไปเผาไหม้บริเวณป่าอนุรักษ์ แนวเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า หรืออุทยานการเรียนรู้ฯ และบริเวณลำน้ำแม่ลายน้อย บริเวณลำห้วยที่ใช้น้ำในการอุปโภคและบริโภค เมื่อทำแนวกันไฟเสร็จแล้ว อีกประมาณ 10 วัน หรือ 2 อาทิตย์ ต้องมีการไปทำความสะอาดซ้ำ เนื่องจากใบไม้ กิ่งไม้ มักจะร่วงและหล่นเป็นเชื้อเพลิงได้

5. การทำฝายชะลอความชุ่มชื้นของน้ำ
การทำฝายชะลอน้ำ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญในการฟื้นฟูลำน้ำแม่ลายน้อย โดยเริ่มดำเนินการปี 2548 โดยครั้งแรกได้รับงบสนับสนุนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะการทำฝายในลำน้ำสาขาที่แห้งแล้ง เมื่อถึงฤดูฝน ฝนจะชะล้างหน้าดิน และมาชะลอที่ฝายชะลอน้ำ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกั้นตะกอนไม่ให้ไหลลงสู่ลำน้ำแม่ลายน้อยให้เกิดความตื้นเขิน อีกทั้งยังสามารถเก็บความชุ่มชื้นเก็บน้ำไว้ได้ดี ปัจจุบันฝายของบ้านปางจำปี มีทั้งหมด 150 ฝาย ทำให้จากเดิมที่มีน้ำสาขาเพียง 7 สาขา มารวมกันเป็นลำน้ำแม่ลายน้อย ปัจจุบันมีน้ำสาขาไหลเพิ่มถึง 17 สาขา จากปริมาณน้ำสาขาที่ไหลเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลำน้ำแม่ลายน้อยมีปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้น และมีที่อยู่อาศัยให้ปลามากขึ้น ตลอดจนทำให้สภาพป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น
6. กฎระเบียบในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและความสงบสุข
ทางชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งกฎดังกล่าว เพื่อเป็นกฎระเบียบ ข้อบังคับของชุมชนปางจำปีเกี่ยวกับการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความสงบสุข โดยกำหนดความหมาย รายละเอียด และหน้าที่ชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันและสามารถปฏิบัติร่วมกันได้เป็นอย่างดี
7. ธนาคารชุมชนคนรักษ์ป่าบ้านปางจำปี
จัดตั้งขึ้นโดยการเชื่อมโยงจากการอนุรักษ์นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชนและเกิดเป็นการออมของชุมชนขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้เอื้อประโยชน์ให้กับคนในชุมชนเป็นทั้งแหล่งการออมเงิน การฝากเงิน และสามารถกู้ยืมเงินภายในชุมชนด้วยกันเอง ทั้งยังได้ดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ และมีดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกกว่าแหล่งเงินทุนอื่นๆทำให้เกิดเงินหมุนเวียนขึ้นในชุมชน

เอกสารเพิ่มเติมที่ Download ได้