ศูนย์เรียนรู้ ธ.ก.ส.
ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.บ้านห้วยน้ำโจน
หน่วยงาน
ธ.ก.ส.
ด้าน/ประเภท/ชนิด
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
ปีที่จัดตั้ง
2558
รางวัล
หมู่ที่ 3 ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
นำทางบนแผนที่  
ผู้รับผิดชอบศูนย์
นางอารีรัตน์ เชื้อวู้หลิม
0899125467
-
ผู้ประสานงาน
นางอารีรัตน์ เชื้อวู้หลิม
0899125467
-

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจพอเพียง/รายละเอียด


        ว่ากันว่า เมื่อก่อนไม่ต้องใช้เงิน แต่ชีวิตก็อยู่ได้ กว่าร้อยปีที่แล้ว มีคนได้ขึ้นไปยอดเขาในฤดูฝน และมองเล็งพื้นที่ด้านล่างว่า สายน้ำและความฉ่ำชื้นจะไหลไปทิศทางใดบ้าง และในช่วงฤดูฝนนี้เอง ที่สังเกตว่าน้ำจากยอดเขาได้ไหลหลั่งไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว และเมื่อได้เหลี่ยมมุมของมัน สายน้ำก็พุ่งทะยานกระโจนข้ามหินผาลงมายังพื้นด้านล่าง ที่มีห้วยเล็กห้วยน้อยตามตีนเขา และด้วยลักษณะที่โดดเด่นเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ บ้านห้วยน้ำโจน

        เวลาเปลี่ยน หลายอย่างก็เปลี่ยนไป ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ที่การเกื้อกูลยังมีให้เห็นแต่ก็เฉพาะในหมู่เครือญาติ การลงแขกดำนาเกี่ยวข้าวครั้งสุดท้ายเมื่อไรไม่มีใครได้จำ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปตามการเจริญของสังคม ถนนสายใหญ่เริ่มพาดผ่านเขามาเลียบหมู่บ้านห้วยน้ำโจน จากที่ไม่เคยได้ใช้สารเคมี ปูปลาเต็มท้องนา ก็ต้องมาใช้ ปูปลาหายหมด แลกกับการเร่งผลผลิตให้ทันใจ ให้ทันขาย ปูปลาที่เคยจับได้มาแล้วแบ่งปัน วันนี้ไม่ต้อง แค่ขายผลผลิตจากการทำไร่นาเคมี หรือรับจ้างและค้าขาย ก็นำเงินไปหาซื้อข้าวปลามาปาใส่ท้อง...ก็ยังได้กินรสชาติเนื้อมันปลาเหมือนเคย แต่ต้องใช้เงินเสียแล้ว ราคาผลผลิตที่ผันผวนจนเหมือนแกล้งกัน ทำให้หนี้สินเริ่มพอกพูน จนเมื่อฝืดเคืองถึงขีดสุด เด็กๆ เยาวชนของหมู่บ้านเริ่มทยอยออกจากระบบการศึกษา มุ่งหน้าสู่วัยทำงาน บ้างที่ยังมีแรงส่งลูกเรียน ก็เพียรพยายามกู้หนี้ยืมสินมาส่งลูกเรียน บ้างก็มุ่งหน้าสู่วังวนของยาเสพติด

แผนชุมชน ยาวิเศษที่ช่วยได้หลายชีวิต
        บ้านห้วยน้ำโจนมีการร่วมกันคิดแผนชุมชนอย่างมีทิศทางและเป็นระบบ เช่น ในปี 2556 เน้นการร่วมกันคิดบนฐานข้อมูล ดำเนินงานทุกอย่างแบบประคับประคองชีวิต ไม่ต้องพุ่งทะยานแบบก้าวกระโดดแต่เน้น 3เรื่องหลักคือ สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ และการงานอาชีพ ซึ่งในเรื่องอาชีพนั้น เมื่อได้พิจารณาต้นทุนในพื้นที่ ทั้งวัตถุดิน องค์ความรู้และการมองตลาดการลงทุน ก็เกิดอาชีพหลักและเสริมหลายด้าน โดยมีหลักคิดในการสร้างอาชีพคือ ลดต้นทุนและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนในหมู่บ้าน มีการปลูกผักอินทรีย์ เพื่อบริโภคในราคาถูกและปลอดภัย กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร สามารถลดต้นทุนการปลูกพืชผลการเกษตรได้ และให้ผู้นำกลุ่มเป็นปัจจัยสำคัญในการเคลื่อนงาน ทั้งผสานประโยชน์ และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคต่างๆ แผนชุมชนที่ว่านี้ ทำให้คนในชุมชนเกิดภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งและก็ยังผลให้เห็นความชื่นใจได้อย่างหายเหนื่อย เพราะได้ทำให้ผู้คนรู้จักกิน รู้จักใช้จ่ายมากขึ้น คนในชุมชนมีการรวมตัวเพื่อคิดอ่านในการแปรรูปผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มรายได้ และมียาเสพติดในพื้นที่ลดลง

        แค่ไหน แค่นั้น ไม่เร่ง ไม่รีบ ด้วยมติและความเห็นพ้องของคนในหมู่บ้านต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ มีแนวคิดว่า “ไม่ต้องรวย แค่ไม่จนก็พอ” เน้นการสร้างงาน ให้มีกิน มีใช้ ไม่เป็นหนี้สิน มีหลายครั้ง ที่กรรมการศูนย์เรียนรู้ฯ ถูกถามถึงการขยายการดำเนินงานของกลุ่มต่างๆ แต่ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยให้การก้าวย่างนี้ เต็มไปด้วยเหตุด้วยผลมากกว่าครั้งไหนๆ นั้นคือ ความพอประมาณความมีเหตุมีผล และ การมีภูมิคุ้มกันที่ดี

        ในอนาคต คนในชุมชนมุ่งหวังไว้ว่า ต้องสร้างพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ และรวมกลุ่มในด้านต่างๆ เพื่อการพัฒนาหมู่บ้านให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าชุมชนจะต้องก้าวย่างอย่างมั่นคงและเป็นจุดเชื่อมโยงการลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้เกิดมรรคผลอย่างเป็นรูปธรรม มีการขยายกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ ส่งเสริมให้ซื้อขายในชุมชนมากขึ้น เพื่อมุ่งหวังให้สุขภาพของผู้คนดีขึ้น




เอกสารเพิ่มเติมที่ Download ได้