ศูนย์เรียนรู้ ธ.ก.ส.
ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.บ้านป่ายาง
หน่วยงาน
ธ.ก.ส.
ด้าน/ประเภท/ชนิด
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
ปีที่จัดตั้ง
2555
รางวัล
หมู่ที่ 2 ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
นำทางบนแผนที่   แผนผังที่ตั้ง
ผู้รับผิดชอบศูนย์
นายถนัด ปัญญา
0869207373
-
ผู้ประสานงาน
นายถนัด ปัญญา
0869207373
-

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจพอเพียง/รายละเอียด

ปลูกพริกเพื่อผลิตซอส

                                       

                                       บ้านป่ายาง หมู่ที่ 2 ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม มีลำน้ำจันเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการประกอบอาชีพ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม  หมู่บ้านป่ายาง เป็นชุมชนหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 102 ปี ซึ่งเริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2450 โดยนายเทพ สายศรีวิเลิศ เป็นผู้นำชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือน อพยพมาจากอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง เนื่องจากที่อยู่เดิมที่ลำปางมีความลำบากยากแค้นการทำมาหากินไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ จึงได้พากันเดินทางขึ้นเหนือ โดยอาศัยล้อเกวียนเดินทาง เพื่อมาลงหลักปักฐาน จับจองที่ทำมาหากินตามกำลังของตน ในเวลาต่อมาได้มีราษฎรจากอำเภอแม่ทะ ได้อพยพติดตามมาอาศัยอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นหมู่บ้าน และได้ร่วมแรงกันสร้างวัดขึ้นมาเพื่อเป็นที่ยึดเหนียวจิตใจและประกอบศาสนกิจ ซึ่งด้านหลังของวัดมีต้นไม้ยางป่าขนาดใหญ่อยู่ 3 ต้น ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดป่ายางสามต้นและตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน บ้านป่ายางสามต้นต่อมาเกิดมีพายุฤดูแล้งพัดด้วยแรงลมจึงทำให้ต้นยางต้นหนึ่งล้มทับศาลาบาตร ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับวัดเป็นอย่างมาก ซึ่งในขณะนั้นความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการยังเข้าไปไม่ถึงชุมชน ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านจึงช่วยกันซ่อมแซมและสร้างขึ้นมาใหม่ และตัดสินใจตัดต้นยางที่เหลือทิ้งทั้งหมด เพราะวิตกกังวลว่าพายุอาจจะพัดต้นยางล้มทับอีก เนื่องจากต้นยางที่เป็นสัญลักษณ์ประจำหมู่บ้านได้ถูกตัดทิ้งไป เพื่อความเหมาะสมชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดและหมู่บ้านเป็น วัดป่ายางและ บ้านป่ายางจนถึงปัจจุบัน

                                ต้นยางนามบ้าน พระประธานงามสง่า ล้ำค่าวัฒนธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง" คำขวัญประจำหมู่บ้านป่ายาง หมู่2 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย บ่งบอกถึงวิถีความเป็นอยู่ที่ผูกพันกับประเพณี และวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ หมู่บ้านนี้มีอายุมากกว่า100 ปี ปัจจุบันมีชาวบ้านทั้งหมด 229 ครัวเรือน ชาวบ้านที่นี่มีความรักและหวงแหนผืนแผ่นดินที่พวกเขาอาศัยอยู่ แม้เวลาจะเปลี่ยนไปนานแค่ไหน วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ยังคงทำมาหากินแบบพึ่งพิงธรรมชาติ และใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น เน้นเกษตรอินทรีย์ เป็นหมู่บ้านปลอดหนี้นอกระบบ ยังคงไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม  ความน่าสนใจของหมู่บ้านแห่งนี้คือความสามัคคีของคนในชุมชน   ชาวบ้านในหมู่บ้านทั้งหมด 100% นับถือศาสนาพุทธ จึงมีความเชื่อในพุทธศาสนามากที่สุด มีความเชื่อในการนับถือผี ทั้งผีบ้านผีเรือนผีบรรพบุรุษ มีประเพณีคล้ายกับชาวเหนือทั่วไป  โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง มีประเพณีทางศาสนา เช่น กิจกรรมงานบุญวันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันวิสาขบูชา ประเพณีตานก๋วยสลากแบบล้านนา  ประเพณีตานข้าวใหม่ ข้าวจี่ข้าวหลาม    ในวันเด็กแห่งชาติก็จะจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร จัดผ้าป่าสมทบทุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  กิจกรรมกินข้าวแลงร่วมกัน ความสัมพันธ์วันครอบครัว คือ ทุกครัวเรือนทำอาหารมากินร่วมกัน   และจัดงานสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แลกของขวัญ   เทศกาลปี๋ใหม่เมือง(วันสงกรานต์)กิจกรรมที่ทำคือทำพิธีสืบชะตาบ้าน แห่พระ  แห่ไม้ค้ำศรีรอบบ้าน สรงน้ำพระ  พิธีรดน้ำดำหัวพระสงฆ์ สามเณร  ผู้สูงอายุ จัดผ้าป่าปีเกิด    ภาคฤดูร้อนมีงานบรรพชาอุปสมบท  เรียกขวัญ แห่ลูกแก้ว   เดือนยี่เป็ง(เทศกาลลอยกระทง)  มีการตั้งธรรมมหาชาติเวสสันดร การแข่งโคมลอย     นอกจากนั้นก็มีกิจกรรมวัฒนธรรมตามเทศกาลที่หมู่บ้านจัดขึ้น ซึ่งได้รับมอบหมายจาก อบต. หรือจากที่ต่างๆเช่น ให้จัดตามความเหมาะสม ในหมู่บ้านมีเสี้ยวบ้านหรือใจบ้าน เป็นที่เคารพของชาวบ้านป่ายาง ในวันสำคัญหรือเวลาลูกหลานจะทำอะไรจะไปหาก็จะไปกราบไหว้บนบานศาลกล่าวให้ช่วยคุ้มครอง มีสุสานตั้งติดกับวัด เวลามีศพก็จะนำมาตั้งไว้ ณ ศาลาที่สุสาน เพราะมีความสะดวกสบายแก่ญาติและผู้มาร่วมงาน ไม่ต้องขนย้ายสิ่งของต่างๆ สถานที่กว้างขวาง ห้องน้ำเพียงต่อการบริการประชาชน และงดเหล้าในงานศพ   ซึ่งทุกกิจกรรมจะยังคงอนุรักษ์ประเพณีแบบดั้งเดิมไว้


เอกสารเพิ่มเติมที่ Download ได้

  • -