ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ฯ
นางอำนวย ยอดคำปา
ประเภท
เกษตรทฤษฎีใหม่
ปีที่จัดตั้ง
2560
198 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
นำทางบนแผนที่  
ศูนย์ศึกษา
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ที่อยู่ศูนย์ศึกษา
237 หมู่ 4 ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจพอเพียง/รายละเอียด

ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริด้านเกษตรทฤษฎีใหม่
ชื่อเกษตรกร/ผู้แทน : นางอำนวย ยอดคำปา
หมายเลขโทรศัพท์ : 083-5696181/080-4934957
สถานที่ตั้ง : บ้านเลขที่ 198 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
พิกัดที่ตั้ง : 47Q(x) 0516054 (Y) 2079592
ระยะทางการเดินทาง : ระยะทางเริ่มต้นจากศูนย์ศึกษาฯ 17 กิโลเมตร
ความพร้อม/จำนวนผู้มาเยี่ยมชมที่สามารถรับได้ (ต่อครั้ง) : 30 คน
ความพร้อม/จำนวนผู้พักแรมที่สามารถรับได้ในแต่ละครั้ง : 10 คน
ก่อนเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เกษตรกรเล่าว่า เดิมประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาเป็นหลัก กิจกรรมการเกษตรต่างๆที่ดำเนินการอยู่ยังไม่หลากหลาย การบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์ของที่ดินยังไม่เต็มที่ ในบางช่วงไม่มีกิจกรรมและผลผลิตออกสู่ท้องตลาด รายได้ที่ได้รับไม่ต่อเนื่อง ไม่สามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับครอบครัวได้เต็มที่ เมื่อเทียบกับเวลาว่างที่ตนเองมีอยู่ จึงมีความคิดที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่และเพิ่มกิจกรรมการเกษตรต่างๆมาเสริมเพื่อให้เกิดความหลากหลาย จึงเข้าไปศึกษาดูงานและฝึกอบรมจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯและเลือกกิจกรรมการเกษตรที่ตนเองชอบ มาปรับใช้ในพื้นที่
หลังเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ปัจจุบันเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมุ้งเน้นไม่ให้พื้นที่ว่างเปล่าเสียประโยชน์ ใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเต็มที่ เน้นการทำนาเป็นหลักสลับหมุนเวียนกับการปลูกพืชไร่ พืชผักหลังการทำนา เนื่องจากพื้นที่มีระบบชลประทานเกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ประโยชน์จึงลดพื้นที่แหล่งน้ำลง ขุดสระเฉพาะสำหรับเลี้ยงปลานิล ปลาดุก เพื่อเป็นอาหารและสร้างรายได้เสริมเท่านั้น สร้างบ่อสำหรับเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์กบ ผลิตลูกกบและกบเนื้อจำหน่าย รอบๆบริเวณบ้านได้ปลูกพืชผักสวนครัว ผักพื้นบ้านที่สามารถนำมาประกอบอาหารและจำหน่าย ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวเป็นอย่างมาก รวมทั้งปลูกไม้ผลต่างๆในพื้นที่โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่อง เกษตรกรปลูกไว้สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเกษตรกรได้นำผลผลิตต่างๆในแปลงไปจำหน่ายด้วยตนเองทำให้ทราบกลไกของตลาดและนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนการผลิตได้
กิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่มาเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินการ ซึ่งเกษตรกรสามารถบริหารจัดการและมีความพึงพอใจในรูปแบบของพื้นที่และกิจกรรมการเกษตรที่ตนได้เลือกไว้ โดยคำนึงถึงความพร้อมและกำลังที่จะทำได้ อาศัยความขยันหมั่นเพียรและความใฝ่เรียนรู้นำความรู้ใหม่ๆเข้ามาพัฒนากิจกรรม ปัจจุบันชีวิตครอบครัวมีความสุข สมาชิกครอบครัวมีกิจกรรมได้ทำร่วมกัน ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีเงินเก็บออม แม้ปัจจุบันจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ แต่ก็สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆตามกำลังและสภาพร่างกายที่เอื้ออำนวย แม้บางกิจกรรมต้องลดกำลังการผลิตลงก็ตาม ทุกวันนี้มีเวลาแบ่งปันช่วยเหลือส่วนรวม ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้และตัวอย่างของการทำกิจกรรมเกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับผู้สนใจทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตน
พื้นที่ดำเนินการ - จำนวน 21 ไร่
แบ่งเป็น - พื้นที่อยู่อาศัย/ปลูกพืชผัก/ไม้ผล จำนวน 2 ไร่
- พื้นที่ทำนา จำนวน 18 ไร่
- พื้นที่บ่อเลี้ยงปลา/เลี้ยงกบ จำนวน 1 ไร่
ฐานการเรียนรู้และหัวข้อการเรียนรู้
- รูปแบบและหลักการทำเกษตรทฤษฎีใหม่
- วิธีและกระบวนการทำนา
- การปลูกและดูแลไม้ผล (กล้วยน้ำว้า)
- การปลูก ดูแล และการตลาดพืชผัก
- การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์กบ
- การเลี้ยงปลา (ปลานิล และปลาดุกบิ๊กอุย)
- การปลูกพืชผักสวนครัวและผักพื้นบ้าน
กิจกรรมการสาธิตและฝึกปฏิบัติ
- การทำนา
- การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์กบ

เอกสารเพิ่มเติมที่ Download ได้