ศูนย์เรียนรู้ ธ.ก.ส.
ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.ทรายกองดินใต้
หน่วยงาน
ธ.ก.ส.
ด้าน/ประเภท/ชนิด
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง
ปีที่จัดตั้ง
2557
รางวัล
หมู่ที่ 6 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพมหานคร
นำทางบนแผนที่  
ผู้รับผิดชอบศูนย์
นางสาวขวัญปรียา เปรมศิริ
0868494899
-
ผู้ประสานงาน
นางสาวขวัญปรียา เปรมศิริ
0868494899
-

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจพอเพียง/รายละเอียด


        “ชุมชนวัดสุขใจ พื้นที่นี้สุขใจดั่งชื่อ หรือเป็นเพียงชื่อให้คนเรียกขานเท่านั้น?” สภาพท้องถิ่นนี้ตั้งแต่ดั่งเดิมเป็นท้องทุ่ง ไร่นา มีคลองซอยเชื่อมระหว่างคลองหลักเข้ามาในพื้นที่มีลักษณะคล้ายก้างปลา ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นประกอบอาชีพกสิกรรม การทำไร่ไถนา เพาะปลูกพืชไร่ พืชสวน และการปลูกข้าวก็เป็นอาชีพหลักของคนพื้นที่นี้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาแต่รุ่นบรรพบุรุษ วิถีชีวิตของคนสมัยก่อนอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเหมือนญาติพี่น้อง รู้จักกันตั้งแต่หัวคลองไปยันท้ายคลอง และการตั้งบ้านเรือนของคนพื้นที่จริงๆ ให้สังเกตบ้านเรือนเดิมจะตั้งอยู่ริมน้ำ ริมคลองทั้งหมด การสัญจรทางน้ำจึงเป็นวิถีชีวิตของคนสมัยนั้น แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป การพัฒนาและความเจริญ ก็ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

        การเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่งหนี้สิน และเกิดวังวนที่วนเวียนไม่สิ้นสุด  การเปลี่ยนความเจ้าของที่ดิน และการอพยพย้ายถิ่นเข้ามาของคนต่างพื้น มีส่วนที่ทำให้วิถีชีวิตคนในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มความเป็นสังคมต่างคนต่างอยู่มากขึ้น เมื่อก่อนชาวนาทำนากันปีละ 3 ครั้ง ต้องมีการเกี่ยวข้าว ตากข้าว เผาฟาง เผาหญ้า ว่ากันไปตามขั้นตอน แต่เดี๋ยวนี้ทำแบบสมัยก่อนไม่ได้อีกแล้ว ต้องเปลี่ยนวิธีการมาเป็นการใส่น้ำแล้วตีดิน ส่งผลให้การทำนามีขั้นตอนที่ยุ่งยากเพิ่มขึ้น ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ถูกถามและตอบซ้ำไปซ้ำมา เป็นสิบๆ ปีเป็นการนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ และเขียนซ้ำปัญหาที่ไม่มีให้เห็นแม้กระทั่งความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหา เมื่อปัญหาทรัพยากรยังเป็นปัญหาหลักของเกษตรกร การทำนาที่เคยทำได้ปีละ 3 ครั้ง ก็ทำไม่ได้อีกต่อไป ทุกอย่างสะดุดไปหมด ไหนหนี้สินที่มีก็ต้องหาทางชำระ ทั้งหนี้สินที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ เมื่อล้มหายตายจากไป การรับช่วงภาระหนี้จึงเป็นหน้าที่ของคนในครอบครัว มีทั้งหนี้สินที่กู้หมุนเวียนเพื่อทำการเกษตรและหนี้สินนอกระบบ

การรู้ตัวตนของตนเองที่มีมาแต่ดั้งเดิมของคนพื้นถิ่นที่เป็นเกษตรกร โดยเน้นความถนัดของคนของชุมชน ความพร้อมของสมาชิก เป็นตัวตั้งในการรวมตัวกัน สำคัญที่สุดคือการจุดประกายให้คนเกิดความคิดบางสิ่งบางอย่างสามารถทำเองได้ ก็สมควรทำเอง” เป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอีกทางหนึ่ง เมื่อชุมชนเกิดการเรียนรู้และนำไปปฏิบัติหรือแม้กระทั่งนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของชุมชน นั่นเป็นขั้นแรกในการจัดการชุมชนในระดับครัวเรือน

        เรียนรู้ จดจำ นำไปใช้ หลายอย่างที่รวมกันคิดว่า เกษตรกรควรปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง เพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตทั้งด้านการเงิน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความสุข กษตรอินทรีย์ (ปลอดสารพิษ และ ปลอดภัย) การทำนาแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ ท่ามกลางเกษตรเคมีนั้น ทำได้ยากด้วยเป็นการใช้ผืนดินและแหล่งน้ำเดียวกัน แต่ที่ทำได้คือ การใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ใช้สารพิษในแปลงนา! พร้อมใจกันทำทั้งหมด สีข้าวกันเอง ก็จะสามารถเป็นเครื่องยืนยันกับผู้ซื้อได้ว่า เป็นข้าวที่ปลอดสารเคมีและปลอดภัยแก่ผู้ซื้อผู้บริโภค การทำการตลาด พื้นที่เล็ก ๆ ของความร่วมมือ” การผลิตแล้วมีคนซื้อ ย่อมเป็นเรื่องที่สมควรเกิดขึ้น ชุมชนจัดตั้ง ลานข้าว” ที่มีผู้นิยมนำข้าวออกไปขาย และยังมีกลุ่มแปรรูปปลา อาทิ ปลาส้ม ปลาแดดเดียว ซึ่งเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ในพื้นที่ ก็นำสินค้าของกลุ่มออกมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันด้วย ซึ่งการทำการตลาดกับกลุ่มใหม่ ๆ จึงจำเป็นสำหรับวิสาหกิจชุมชน พื้นที่การค้าที่หลากหลายโอกาสในการค้าขายก็จะเพิ่มขึ้น




เอกสารเพิ่มเติมที่ Download ได้